CONTACT US: 082-762-8559 | thanakit991@gmail.com

บทความ

วิธีการเลือกแอร์แบบคุ้มค่า และ เหมาะกับห้อง


ร้อนๆ แบบนี้ เพื่อนๆ หลายคน ก็คงอยากจะได้เครื่องปรับอากาศมาติดไว้ที่บ้านกันสักเครื่องใช่ไหมครับ  ว่าแต่จะเลือกเป็นแบบไหนดีหล่ะเพราะเครื่องปรับอากาศนั้น มีมากมายหลากหลายเหลือเกิน  วันนี้เราจึงมีวิธีการเลือกเครื่องปรับอากาศแบบคุ้มค่า และ เหมาะกับห้อง มาฝากครับ

1.     เลือกประเภทแอร์ให้เหมาะกับสถานที่และการใช้งาน

สำหรับแอร์หรือเครื่องปรับอากาศนั้น เรียกได้ว่ามีหลากหลายรูปแบบให้เลือกสรร  โดยแต่ละแบบก็มีคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไป  ซึ่งหากเลือกไม่เหมาะกับการใช้งานอาจส่งผลเสียต่อเครื่องปรับอากาศ และ ทำให้เปลืองพลังงานกันอีกด้วย  โดยหลักๆ แล้วเครื่องปรับอากาศ จะแบบออกเป็น  4 ประเภท ด้วยกัน คือ


ประเภทแอร์

แอร์ติดผนัง สำหรับแอร์ชนิดนี้ เพื่อนๆ คงจะเคยเห็นกันอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งมีฟังก์ชั่นการทำงานที่หลากหลาย  มีรูปลักษณ์การดีไซน์ที่ทันสมัย  และ มีขนาดกระทัดรัด    อีกทั้งยังช่วยประหยัดพลังงาน รวมไปถึงการดูแลรักษาที่ง่าย  โดยแอร์ชนิดนี้ จะเหมาะกับห้องที่มีขนาดเล็ก และ ตามบ้านหรือคอนโดทั่วไป


แอร์ฝังในฝ้า จะเป็นแอร์ที่ติดเข้าไปภายในบริเวณฝ้าเพดาน ไม่ว่าจะเป็น ตัวเครื่องแอร์ ท่อน้ำทิ้ง และท่อน้ำยา   ซึ่งเหมาะสำหรับห้องที่เน้นในเรื่องความสวยงาม เนื่องจาก เมื่อติดแล้วจะไม่ค่อยเห็นตัวเครื่องของแอร์ ทำให้ภายในบ้านสวยเหมือนเดิม  แต่แอร์ประเภทนี้จะมีราคาค่อนข้างสูงกว่าแอร์ประเภทอื่นๆ

 

แอร์แขวนใต้ฝ้า จะเป็นแอร์ที่ติดตั้งใต้ฝาเพดาน ซึ่งมีการกระจายความเย็นได้อย่างทั่วถึง  และทนต่อการใช้งาน  เหมาะสำหรับห้องที่มีขนาดเล็กไปจนถึงขนาดกลาง และมีผู้คนอยู่เยอะ อาทิ อาคารสำนักงาน  ร้านค้า เป็นต้น


แอร์ตู้ตั้งพื้น เป็นแอร์อีกหนึ่งชนิดที่มีการกระจายความเย็นได้สูง และ ทนต่อการใช้งาน รวมไปถึงทนต่อฝุ่นควันอีกด้วย โดยลักษณะของแอร์จะเป็นแบบติดตั้งบนพื้น เหมาะสำหรับห้องที่มีขนาดใหญ่  โรงงาน และ มีผู้คนหนาแน่น  ซึ่งแอร์ประเภทนี้ จะเปลืองพลังงานกว่าแอร์ประเภทอื่นๆ

 

 

ไม่เพียงแต่เครื่องปรับอากาศหรือแอร์เท่านั้น ที่สามารถช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ แต่การตกแต่งห้องนั้นก็สามารถตกแต่งในแบบประหยัดงบได้

 

 

 

 

2. เลือกขนาดให้เหมาะกับการใช้งานแต่ละห้อง

 สำหรับการเลือกซื้อแอร์นั้น อีกสิ่งที่ต้องคำนึงถึงก็คือ ขนาดของห้อง  เพราะเมื่อเราทราบขนาดของห้องที่ชัดเจน จะทำให้ง่ายต่อการเลือกขนาดของแอร์ และ การคิดค่า BTU  เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานและช่วยประหยัดพลังงาน

 

 BTU  คือ ขนาดทำความเย็นของเครื่องปรับอากาศ  โดยย่อมาจากคำว่า British Thermal Unit   ซึ่ง  1 ตันความเย็น จะเท่ากับ 12000 BTU ต่อชั่วโมง  ฉะนั้นการเลือก BTU ย่อมมีความสำคัญ เพราะจะเกี่ยวเนื่องกับการประหยัดพลังและอายุการใช้งานของแอร์

 

 แอร์ที่มี BTU สูงเกินไปนั้น จะทำให้การทำงานของคอมเพรสเซอร์ตัดบ่อย เนื่องจากมีการทำความเย็นได้อย่างรวดเร็ว จึงทำให้ประสิทธื์ภายในการทำงานลดน้อยลง  และยังส่งผลให้มีความชื้นภายในห้องสูง อาจทำให้ผู้ที่อยู่อาศัยป่วยหรือไม่สบายได้ อีกทั้งยังทำให้เปลืองพลังงานอีกด้วยค่ะ

 

 แอร์ที่มี BTU ต่ำเกินไปนั้น ก็จะทำให้คอมเพรสเซอร์ทำงานตลอดเวลาและหนักจนเกินไป  เพราะอุณหภูมิความเย็นไม่ตรงตามที่ตั้งหรือกำหนดไว้  ซึ่งจะส่งผลทำให้แอร์เสียได้ง่าย และ เปลืองพลังงานค่ะ

 

 โดยการเลือกขนาด BTU ให้เหมาะกับการใช้งานแต่ละห้องนั้น เพื่อนๆ สามารถเทียบกับตารางแบบคร่าวๆ  ได้ด้านล่างนี้   เลย

 

3. เลือกแบบประหยัดพลังงาน

 สำหรับการเลือกซื้อแอร์ แนะนำว่าควรเลือกสินค้าที่ได้รับฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5  เพราะนั้นหมายถึง คุณภาพในการใช้พลังงานที่คุ้มค่าที่สุด  ซึ่งจะช่วยประหยัดพลังงานและประหยัดค่าใช้จ่ายได้นั้นเอง

 

4. เลือกและเปรียบเทียบคุณสมบัติพิเศษต่างๆ

 อย่างที่ได้เกริ่นไปในข้างต้น ว่าเแอร์หรือเครื่องปรับอากาศนั้น มีมากมายหลายแบบ ซึ่งรวมไปถึงเทคโนโลยีต่างๆ ด้วยเช่นกัน อาทิ เทคโนโลยีการฟอกอากาศเทคโนโลยีควบคุมความเย็นอัตโนมัติ  เป็นต้น

 

 

 

โดยก่อนที่เพื่อนๆ จะซื้อแอร์สักเครื่องนั้น ควรมีการเปรียบเทียบ รุ่น  ยี่ห้อ คุณสมบัติพิเศษ และ เทคโนโลยี ต่างๆ  เสียก่อน  เพื่อให้ได้สิ่งที่ดีที่สุด และคุ้มค่า แต่ต้องคำนึงถึงการใช้งานเป็นหลักกันด้วย




วันที่โพส : 2020-02-19